วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

โทรศัพท์มือถือ HTC Wildfire S


โทรศัพท์มือถือ HTC Wildfire S

โทรศัพท์มือถือ HTC Wildfire S

หมวด: คลิปรีวิวมือถือมือถือ androidมือถือ htcมือถือรุ่นใหม่มือถือใหม่เปรียบเทียบโทรศัพท์มือถือโทรศัพท์ htcโทรศัพท์รุ่นใหม่HTC,HTC รุ่นใหม่HTC WildfireHTC Wildfire S
HTC Wildfire S เป็นโทรศัพท์มือถือระบบแอนดรอยด์ ที่ปรับสเปคเพิ่มขึ้นจากรุ่น HTC Wildfire และยังคงจัดอยู่ในกลุ่มสมาร์ทโฟนสเปคกลางถึงต่ำ
ลักษณะภายนอกของ HTC Wildfire S มีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยจากรุ่น HTC Wildfire โดยเฉพาะบริเวณขอบจอด้านบนและด้านล่าง ที่มีการนำปุ่ม Home ออกและเปลี่ยนลักษณะของช่องหูฟังด้านบน
แม้ตัวเครื่องจะมีขนาดใกล้เคียงกับรุ่น Wildfire และ HTC Wildfire S มีน้ำหนักเครื่องน้อยกว่าเล็กน้อย
เมื่อเปรียบเทียบสเปคของ HTC Wildfire S กับ HTC Wildfire จะบพว่า หน้าจอแม้จะมีขนาดเท่าเดิม แต่ได้รับการเปลี่ยนมาใช้จอภาพที่มีความละเอียดสูงขึ้น จาก 240 x 320 พิกเซล มาเป็น 320 x 480 พิกเซล
นอกจากนี้ ความเร็วซีพียู และขนาดความจุ RAM ได้เพิ่มขึ้น และได้รับการอัพเกรดสเปค WiFi กับ Bluetooth ในขณะที่แบตเตอรี่ถูกลดความจุลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับรุ่น Wildfire
สีตัวเครื่องจะมีสามสีให้เลือกในช่วงเปิดตัว คือ สีดำ, สีเงิน (ขาว) และสีน้ำตาล
สเปคมือถือ HTC Wildfire S
  • จอสัมผัสขนาด 3.2 นิ้ว 320 x 480 พิกเซล 2.56 แสนสี
  • ซีพียู 600 MHz
  • RAM 512 MB
  • ROM 512 MB
  • รับการ์ด microSD สูงสุด 32GB
  • กล้อง 5 MP ออโต้โฟกัส + แฟลช LED
  • ไม่มีกล้องหน้าจอ
  • 3G 900 MHz HSDPA 7.2 Mbps, HSUPA 384 Kbps
  • WiFi 802.11 b/g/n
  • Bluetooth 3.0 + A2DP, EDR
  • เข็มทิศดิจิตอล, Accelerometer, Proximity
  • แบตเตอรี่ 1230 mAh
  • ขนาดเครื่อง 101.3 x 59.4 x 12.4 มม
  • หนัก 105 กรัม
  • ระบบปฏิบัติการ Android 2.3 Gingerbread


มือถือ HTC Salsa


มือถือ HTC Salsa

มือถือ HTC Salsa


HTC Salsa เป็นโทรศัพท์มือถือระบบแอนดรอยด์ มากับปุ่มสำหรับเล่น Facebook โดยเฉพาะ และมีสเปคจัดอยู่ในกลุ่มกลางถึงต่ำของมือถือสมาร์ทโฟน
เมื่อเปรียบเทียบสเปคของ HTC Salsa จะพบว่ามีสเปคเหมือนกับ HTC Wildfire S เกือบทุกประการ ยกเว้น ขนาดจอภาพซึ่งใหญ่ว่ารุ่น Wildfire S เล็กน้อย (แต่มีความละเอียดเท่ากัน) และรุ่น Salsa ใข้แบตเตอรี่ที่มีความจุสูงกว่าแบตเตอรี่ในรุ่น Wildfire S
ตัวเครื่องทัขนาดใกล้เคียงกับรุ่น Wildfire S แต่รุ่น Salsa มีความสูงกว่าและมีน้ำหนักมากกว่า HTC Wildfire S เล็กน้อย
ลักษณะรูปทรงตัวเครื่องภายนอก มีความคล้ายกับมือถือ HTC Legend โดยเฉพาะบริเวณขอบด้านล่าง
สีตัวเครื่องมีสองสีออกมาในตอนเปิดตัวนี้คือสีดำ และสีเงิน
สเปคมือถือ HTC Salsa
  • จอสัมผัสขนาด 3.4 นิ้ว 320 x 480 พิกเซล 2.56 แสนสี
  • ซีพียู 600 MHz
  • RAM 512 MB
  • ROM 512 MB
  • รับการ์ด microSD สูงสุด 32GB
  • กล้อง 5 MP ออโต้โฟกัส + แฟลช LED
  • ตรวจจับใบหน้า
  • กล้องหน้าจอ ถ่ายวีดีโอ 640 x 480 พิกเซล
  • 3G 900 MHz HSDPA 7.2 Mbps, HSUPA 384 Kbps
  • WiFi 802.11 b/g/n
  • Bluetooth 3.0 + A2DP, EDR
  • เข็มทิศดิจิตอล, Accelerometer, Proximity
  • ปุ่ม Facebook
  • แบตเตอรี่ 1520 mAh
  • ขนาดเครื่อง 109.1 x 58.9 x 12.3 มม
  • หนัก 120 กรัม
  • ระบบปฏิบัติการ Android 2.3.3 Gingerbread

M

โทรศัพท์ HTC Chacha





โทรศัพท์ HTC Chacha

โทรศัพท์ HTC Chacha

HTC Chacha เป็นโทรศัพท์มือถือระบบแอนดรอยด์ มากับจอทัชสกรีนขนาด 2.6 นิ้ว และแป้นคีย์บอร์ด QWERTY ด้านล่างจอ มีปุ่มสำหรับเล่น Facebook โดยเฉพาะ
สเปคของ HTC Chacha คล้ายกับสเปคของ HTC Wildfire S และHTC Salsa โดยนอกจากลักษณะภายนอกและขนาดที่ต่างกับมือถือทั้งสองตัวแล้ว HTC Chacha ต่างกับ HTC Salsa เพียงความจุแบตเตอรี่ที่น้อยกว่าในรุ่น Salsa แต่ HTC Chacha มีความจุแบตเตอรี่เกือบเท่ากับความจุแบตเตอรี่ใน HTC Wildfire S
แม้ขนาดจอจะไม่เท่ากับมือถือ HTC Wildfire S และ HTC Salsa แต่มือถือทั่งสามตัวมีความละเอียดจอภาพเท่ากันคือ 480 x 320 พิกเซล ต่างกันเพียงรุ่น Chacha นั้นใช้จอภาพในแนวนอน
ตัวเครื่องภายนอกออกแบบในสไตล์มือถือแบล็คเลอรี่ หรือ มือถือที่เน้นการพิมพ์ข้อความหรือแชท โดยมีแป้นปุ่มคีย์บอร์ด QWERTY อยู่ด้านล่างของจอ แต่มีลักษณะพิเศษกว่ามือถือแชทในทั่วไปคือตัวนี้ใช้จอภาพสัมผัส
สีตัวเครื่องมีสองสีออกมาในตอนเปิดตัวนี้คือ สีเงิน (ขาว) และสีดำ
สเปคโทรศัพท์มือถือ HTC Chacha
  • จอสัมผัสขนาด 2.6 นิ้ว 480 x 320 พิกเซล 2.56 แสนสี
  • แป้นคีย์บอร์ด QWERTY
  • ซีพียู 600 MHz
  • RAM 512 MB
  • ROM 512 MB
  • รับการ์ด microSD สูงสุด 32GB
  • กล้อง 5 MP ออโต้โฟกัส + แฟลช LED
  • ตรวจจับใบหน้า
  • กล้องหน้าจอ ถ่ายวีดีโอ 640 x 480 พิกเซล
  • 3G 900 MHz HSDPA 7.2 Mbps, HSUPA 384 Kbps
  • WiFi 802.11 b/g/n
  • Bluetooth 3.0 + A2DP, EDR
  • เข็มทิศดิจิตอล, Accelerometer, Proximity
  • ปุ่ม Facebook
  • แบตเตอรี่ 1250 mAh
  • ขนาดเครื่อง 114.4 x 64.6 x 10.7 มม
  • หนัก 120 กรัม
  • ระบบปฏิบัติการ Android 2.3.3 Gingerbread



มือถือซัมซุง Galaxy Pro




มือถือซัมซุง Galaxy Pro

มือถือซัมซุง Galaxy Pro

Samsung Galaxy Pro เป็นโทรศัพท์มือถือระบบแอนดรอยด์ ที่ใช้จอภาพสัมผัสและมีแป้นปุ่มคีย์บอร์ด QWERTY ด้านล่างของจอ
มือถือซัมซุง Galaxy Pro จัดอยู่ในกลุ่มมือถือสเปคกลางถึงต่ำเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนที่เปิดตัวออกมาในเวลาใกล้เคียงกัน
เมื่อเทียบกับสเปคของมือถือประเภทเดียวกันอย่าง HTC Chacha จะพบว่า Galaxy Pro มีสเปคสูงกว่า HTC Chacha ในบางด้าน แต่ขณะเดียวกัน Samsung Galaxy Pro ก็มีสเปคบางอย่างด้อยกว่า HTC Chacha
จอภาพของ Galaxy Pro มีขนาดใหญ่กว่าจอใน HTC Chacha แต่จอภาพของ Galaxy Pro มีความละเอียดน้อยกว่าความละเอียดจอภาพของ HTC Chacha
ซีพียูของ Galaxy Pro มีความเร็วสูงกว่า HTC Chacha แต่ HTC Chaha มีกล้องที่ถ่ายภาพที่ความละเอียดสูงกว่ากล้องที่ใช้ใน Galaxy Pro
นอกจากนี้ Galaxy Pro มากับแบตเตอรี่ที่มีความจุสูงกว่าความจุแบตเตอรี่ที่ใช้ใน HTC Chacha แต่ตัวเครื่อง Galaxy Pro มีน้ำหนักเบากว่า HTC Chacha และใช้ Bluetooth 2.1 ในขณะที่ HTC Chacha มากับ Bluetooth 3.0
สีตัวเครื่องมีสีเดียวคือสีดำ
สเปคมือถือ Samsung Galaxy Pro
  • จอสัมผัส Capacitive ขนาด 2.8 นิ้ว 320 x 240 พิกเซล
  • แป้นคีย์บอร์ด QWERTY
  • ซีพียู 800 MHz
  • หน่วยความจำระบบ 512MB
  • การ์ด microSD 2GB เปลี่ยนเพิ่มได้สูงสุด 32GB
  • กล้อง 3.15MP
  • ถ่ายวีดีโอ 320 x 240 ที่ 30 fps
  • กล้องหน้าจอ
  • 3G 900 MHz HSDPA 7.2 Mbps
  • WiFi 802.11 b/g/n
  • Bluetooth 2.1 + A2DP
  • GPS
  • วิทยุ FM + RDS
  • เข็มทิศดิจิตอล, Accelerometer, Proximity
  • แบตเตอรี่ขนาด 1350 mAh
  • ขนาดเครื่อง 108.6 x 66.7 x 10.7 มม
  • หนัก 103.4 กรัม
  • ระบบปฏิบัติการ Android 2.2 (Froyo)


วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ทดสอบจอภาพแบบ IPS-LCD ClearBlack กับ AMOLED ใครจะเด่นกว่าใครมาดูกัน



ตั้งแต่ โทรศัพท์มือถือ เครื่องแรกได้กำเนิดขึ้นมาบนโลกของเราเมื่อ 38 ปีที่แล้ว โดยมีหน้าจอที่แสดงผลด้วยหลอด LED สีแดงเพียงสีเดียว หรือไม่ก็สีเขียวเพียงสีเดียว ซึ่งแม้กระนั้น หากเป็นยุคสมัยดังกล่าว ก็ต้องถือว่าล้ำยุคสุดๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปกว่า ทศวรรษเทคโนโลยีของหน้าจอแสดงผลบน โทรศัพท์มือถือ ได้ก้าวหน้ามาไกลมากแล้ว ไม่ใช่เพียงแค่สามารถแสดงสีสันได้สดใส และมีความละเอียดสูงเท่านั้น แต่ยังรองรับการสั่งงานด้วยการสัมผัสที่หน้าจอได้อีกต่างหาก ซึ่งเทคโนโลยีการแสดงผลสำหรับจอภาพของ โทรศัพท์มือถือ ในปัจจุบันนั้นมีอยู่หลากหลาย มีคุณสมบัติเด่นที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งแม้แต่ผู้ผลิตแบรนด์เดียวกันเอง ก็จะเลือกใช้ชนิดของจอภาพที่แตกต่างกันสำหรับ โทรศัพท์มือถือ แต่ละรุ่นแล้วแต่ความเหมาะสม ยกตัวอย่างเช่น แม้กระทั่ง Nokia 701 กับ Nokia C7 ที่มีรูปลักษณ์ภายนอกเหมือนกันแทบจะทุกกระเบียดนิ้ว แต่ทั้งสองรุ่นกลับเลือกใช้เทคโนโลยีของจอภาพที่แตกต่างกัน โดยNokia 701 นั้นเลือกใช้จอภาพแบบ IPS-LCD ส่วน Nokia C7 นั้นเลือกใช้จอภาพแบบ AMOLED ซึ่งหากดูจากระดับราคาเปิดตัวของทั้ง รุ่นนี้แล้ว การที่ Nokia 701 เปลี่ยนมาใช้หน้าจอแบบ IPS-LCD ก็น่าจะเป็นด้วยเหตุผลบางอย่าง โดยอาจจะเป็นเรื่องของต้นทุน หรือชิ้นส่วนที่ใช้ในการผลิต เนื่องจากคุณสมบัติโดยรวมของ Nokia 701 หากไม่นับเรื่องจอภาพนั้นถือว่าดีกว่า Nokia C7 แต่Nokia C7 เปิดตัวด้วยราคาที่สูงกว่าคือ 13,950 บาท ส่วน Nokia 701 นั้นเปิดตัวที่ราคาย่อมเยากว่าคือ 11,300 บาท ดังนั้นหากเป็นในลักษณะนี้หลายคนคงตั้งคำถามว่า แล้วจอภาพแบบ IPS-LCD นั้นมีประสิทธิภาพเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับจอภาพแบบ AMOLED ซึ่งล่าสุดทางเว็บไซต์ allaboutsymbian.com ก็ได้จับทั้งสองรุ่นนี้มาเปรียบเทียบในเรื่องของหน้าจอให้เห็นกันแบบชัดๆ เพื่อคลายข้อสงสัยว่าการที่ Nokia 701 นั้นเปลี่ยนมาใช้จอภาพแบบ IPS-LCD นั้นทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีขึ้นหรือไม่อย่างไร
 , , , , , , , , ,
ประเด็นแรกที่ผู้ทดสอบพูดถึงก็คือการเปลี่ยนมาใช้จอภาพแบบ IPS-LCD ใน Nokia 701 นั้นไม่ได้ทำให้การแสดงผลนั้นด้อยลงจากจอภาพแบบ AMOLED ใน Nokia C7 แต่อย่างใด เพราะจุดเด่นประการแรกของจอภาพแบบ IPS-LCD ก็คือประหยัดพลังงานมากกว่าจอภาพแบบ AMOLED แม้ว่าก่อนหน้านี้ซัก 1-2 ปี จอภาพแบบ AMOLED จะชูจุดเด่นสำคัญในเรื่องของการประหยัดพลังงาน แต่หากดูลักษณะของการใช้งาน สมาร์ทโฟน ในปัจจุบัน เช่นการเปิดดูเว็บไซต์ หรือการเปิดใช้งานแอพพลิเคชั่นต่างๆ การใช้งานเหล่านี้ส่วนใหญ่จะออกแบบอินเทอร์เฟสให้มีพื้นหลังเป็นสีขาว ซึ่งสำหรับจอภาพแบบ AMOLED จะต้องใช้พลังงานมากเป็นพิเศษสำหรับการแสดงผลสีขาว และแม้ว่าจอภาพแบบ IPS-LCD ก็ต้องอาศัยพลังงานไม่น้อยในการแสดงผลสีขาว แต่หากเทียบกับการใช้พลังงานในจอภาพแบบ AMOLED แล้ว จอภาพแบบ IPS-LCD ก็จะใช้พลังงานน้อยกว่า
ประการที่สองคือนอกจาก Nokia 701 นั้นจะใช้จอภาพแบบ IPS-LCD แล้ว อีกเทคโนโลยีสำคัญที่มาช่วยในการแสดงผลก็คือเทคโนโลยี ClearBlack Display ซึ่งคิดค้นและพัฒนาโดย โนเกีย เอง ซึ่งเทคโนโลยี ClearBlack Display นั้นมีการพัฒนาในเรื่องของการเพิ่มค่าความเปรียบต่างของหน้าจอ (Screen Contrast) รวมไปถึงพัฒนาในเรื่องของการลดการสะท้อนของแสง ซึ่งจากภาพตัวอย่างที่ด้านล่างจะเห็นได้ว่า เมื่อนำ Nokia 701 ซึ่งมีเทคโนโลยี ClearBlack Display กับ Nokia C7 ซึ่งไม่มีเทคโนโลยีClearBlack Display มาวางคู่กัน ณ จุดที่มีแสงจ้า จอภาพของ Nokia 701 นั้นแทบจะไม่มีแสงสะท้อน และยังคงแสดงผลได้คมชัดสดใส ส่วนจอภาพของ Nokia C7 นั้นจะมีแสงสะท้อนมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งก็ทำให้รายละเอียดของภาพถูกบดบังไปพอสมควร
 , , , , , , , , ,
ขอบคุณภาพจาก allaboutsymbian.com
ที่เห็นไปก็คือการทดสอบเบื้องต้นของจอภาพแบบ IPS-LCD และ AMOLED แต่ก็ยังไม่ได้มีเพียงเท่านี้ เพราะทางเว็บไซต์allaboutsymbian.com ก็ได้นำมาทดสอบแบบเป็นจริงเป็นจังในรูปแบบสถานการณ์อีก รูปแบบด้วยกัน โดยเริ่มตั้งแต่สถานการณ์แรกคือการวางทั้ง เครื่องไว้ ณ จุดที่มีแสงสว่างในระดับปกติ โดยปรับระดับความสว่างหน้าจอของ Nokia 701 และ Nokia C7 ให้อยู่ในระดับสูงสุดเหมือนๆ กัน จากในภาพจะเห็นว่า Nokia 701 ซึ่งใช้จอภาพแบบ IPS-LCD ClearBlack Display นั้นจะมีความสว่างมากกว่า แต่ในขณะเดียวกันก็จะเห็นว่า Nokia C7 ซึ่งใช้จอภาพแบบ AMOLED นั้นจะมีการแสดงสีสันได้ดีกว่า ดูสดใสกว่า ซึ่งนั่นก็เป็นจุดเด่นของหน้าจอแบบ AMOLED ที่เหนือกว่าหน้าจอแบบ IPS-LCD
 , , , , , , , , ,
ขอบคุณภาพจาก allaboutsymbian.com
การทดสอบสถานการณ์ต่อไปก็คือการนำ Nokia 701 และ Nokia C7 ไปวางไว้ในที่มืดสนิท จะเห็นว่าในสถานการณ์แบบนี้ หน้าจอของNokia 701 จะมีการปรับระดับความสว่างให้ลดลงจนดูแล้วใกล้เคียงกับความสว่างของ Nokia C7 แต่ในเมื่อการแสดงผลในที่มืดนั้น ไม่ต้องอาศัยระดับความสว่างที่มากมายนัก ดังนั้นจุดที่ต้องสนใจก็น่าจะเป็นเรื่องของสีสันเสียมากกว่า ซึ่งในสถานการณ์นี้ก็คงต้องยกให้กับหน้าจอ AMOLED ใน Nokia C7 เพราะจะเห็นว่าจอภาพของ Nokia C7 ที่อยู่ด้านบนในภาพนั้น สามารถแสดงสีสันได้สมจริงกว่า มีการไล่เฉดสีที่ดีกว่า และมีความสดใสมากกว่าจอภาพของ Nokia 701
, , , , , , , , ,
ขอบคุณภาพจาก allaboutsymbian.com 
การทดสอบสุดท้ายที่ขาดไปไม่ได้ก็คือการทดสอบการแสดงผลกลางแดดจัดๆ ซึ่งตามทฤษฎีแล้วจอภาพแบบ IPS-LCD ของ Nokia 701 ก็น่าจะได้เปรียบ ซึ่งเมื่อทดสอบแล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ โดยจะเห็นว่าจอภาพของ Nokia C7 ที่อยู่ด้านซ้าย ซึ่งเป็นจอภาพแบบAMOLED นั้นแทบจะมองไม่เห็นภาพบนหน้าจอเลยก็ว่าได้ และมีภาพสะท้อน รวมถึงแสงสะท้อนในหน้าจอที่ชัดเจน ซึ่งทำให้ยากต่อการมองเห็นรายละเอียดต่างๆ บนหน้าจอ แต่ในสถานการณ์เดียวกันนี้ จอภาพของ Nokia 701 ที่อยู่ด้านขวา ซึ่งเป็นจอภาพแบบIPS-LCD พร้อมเทคโนโลยี ClearBlack Display นั้นยังคงเห็นภาพบนหน้าจอได้ชัดเจนกว่า และมีการสะท้อนที่น้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด
, , , , , , , , ,
ขอบคุณภาพจาก allaboutsymbian.com 
จากการทดสอบข้างต้น หากให้สรุปกันตามที่เห็น ก็คงจะสรุปได้ว่าจอภาพแบบ IPS-LCD ใน Nokia 701 กับจอภาพแบบ AMOLED ในNokia C7 นั้นต่างก็มีข้อได้เปรียบเสียเปรียบที่ต่างกันออกไป หากเป็นในฝั่งของหน้าจอแบบ IPS-LCD ใน Nokia 701 ซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยี ClearBlack Display นั้น ก็จะได้เปรียบในเรื่องของระดับความสว่างที่มากกว่า และอัตราการสะท้อนแสงที่น้อยกว่า ดังนั้นข้อได้เปรียบดังกล่าวก็น่าจะเหมาะกับผู้ที่ต้องใช้งานในที่มีแสงจัดอยู่บ่อยๆ เช่นกลางแดด หรือริมหน้าต่างในห้องที่มีแสงส่องเข้ามา เป็นต้น ซึ่งจอภาพของ Nokia 701 จะแสดงผลในสถานการณ์แบบนี้ได้ดีกว่ามาก รวมไปถึงน่าจะประหยัดพลังงานมากกว่าอีกด้วย แต่หากเป็นจอภาพแบบ AMOLED จะได้เปรียบในเรื่องของสีสันที่สมจริง การไล่เฉดสี และความสดใส ที่มากกว่า ดังนั้นก็น่าจะเหมาะกับผู้ใช้งานที่ให้ความสำคัญของสีสันมากเป็นพิเศษ เช่นการเปิดดูรูปภาพ หรือการเปิดดูวิดีโอ เป็นต้น และไม่ได้ใช้งานเครื่องในที่ๆ มีแสงจ้าหรือแสงจัดมากนัก แต่อย่างไรก็ดี การทดสอบข้างต้นก็เป็นเพียงชุดตัวแปรรูปแบบหนึ่งของการทดสอบเท่านั้น เพราะสมมติว่าในทางกลับกันหากเรานำจอภาพแบบ IPS-LCD ที่ไม่มีเทคโนโลยี ClearBlack Display มาเปรียบเทียบกับจอภาพแบบ AMOLED ที่ใส่เทคโนโลยี ClearBlack Display เข้าไป เราก็ยังไม่สามารถเดาได้เหมือนกันว่าผลลัพธ์ที่ได้จะออกมาเป็นอย่างไร แตกต่างจากที่ทดสอบนี้มากน้อยขนาดไหน แต่การทดสอบนี้ก็น่าจะช่วยให้ทุกท่านได้เห็นข้อได้เปรียบเสียเปรียบของจอภาพแบบ IPS-LCD กับจอภาพแบบ AMOLED ได้พอสมควรเลยทีเดียวครับ

วิธีสังเกต สมาร์ทโฟน Sony Ericsson ตระกูล Xperia ว่ารองรับ 3G ความถี่ไหน ทำอย่างไร






พักหลังมานี้ สมาร์ทโฟน รุ่นเดียวกันนั้น ก็ไม่แน่ว่าจะมีคุณสมบัติที่เหมือนกันทั้ง 100% ซะทีเดียว ยกตัวอย่างเช่น รุ่นที่กำลังถูกถามถึงกันมากรุ่นหนึ่งในขณะนี้อย่าง Sony Ericsson Xperia Arc S นั้นได้แบ่งออกเป็นสองรหัสก็คือ LT18i และ LT18a ซึ่งความแตกต่างที่สำคัญของ Sony Ericsson Xperia Arc S ทั้งสองรหัสนี้ก็คือคุณสมบัติในการรองรับความคลื่นความถี่ 3G นั่นเอง ซึ่งในปัจจุบันถือว่ามีผลอย่างมากในการเลือกซื้อของผู้บริโภค เนื่องจากหากเป็นด้านของผู้ที่ใช้งานเครือข่าย 3G ของ เอไอเอส ในความถี่ 900 MHz ก็ย่อมจะต้องการเครื่องที่รองรับคลื่น 3G ความถี่ 900 MHz แต่หากเป็นด้านของผู้ที่ใช้เครือข่าย 3G ของ ทรูมูฟ และ ดีแทค ในความถี่850 MHz ก็ย่อมจะต้องการเครื่องที่รองรับคลื่น 3G ความถี่ 850 MHz ซึ่งนอกจากเราจะนำ Sony Ericsson Xperia Arc S มาเป็นตัวอย่างแล้ว ก็ยังมีรุ่นยอดนิยมจาก Sony Ericsson Xperia อีก รุ่นที่มีการแยกรหัสในลักษณะเดียว ก็คือ Sony Ericsson Xperia Neo V, Sony Ericsson Xperia Arc (Arc รุ่นแรก) และ Sony Ericsson Xperia ray ซึ่งเราจะมาดูกันว่ารหัสที่แตกต่างกันของแต่ละรุ่นนั้น แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของคุณสมบัติในเรื่องของความถี่อย่างไรบ้าง

 , , , , , , , , ,
สำหรับ Sony Ericsson Xperia Arc S นั้นจะมีสองรหัสได้แก่ LT18i และ LT18a ซึ่งรหัส LT18i นั้นจะรองรับระบบเครือข่ายUMTS/HSPA แบบ Dual Band ได้แก่ความถี่ 900 และ 2100 MHz ส่วนรหัส LT18a นั้นจะรองรับระบบเครือข่าย UMTS/HSPA แบบQuad Band ได้แก่ความถี่ 800, 850, 1900 และ 2100 MHz ดังรูปด้านล่างนี้
 , , , , , , , , ,
สำหรับ Sony Ericsson Xperia Neo V นั้นจะมีสองรหัสได้แก่ MT11i และ MT11a ซึ่งรหัส MT11i นั้นจะรองรับระบบเครือข่ายUMTS/HSPA แบบ Dual Band ได้แก่ความถี่ 900 และ 2100 MHz ส่วนรหัส MT11a นั้นจะรองรับระบบเครือข่าย UMTS/HSPA แบบTri Band ได้แก่ความถี่ 850, 1900 และ 2100 MHz ดังรูปด้านล่างนี้
, , , , , , , , ,  
สำหรับ Sony Ericsson Xperia Arc นั้นจะมีสองรหัสได้แก่ LT15i และ LT15a ซึ่งรหัส LT15i นั้นจะรองรับระบบเครือข่าย UMTS/HSPAแบบ Dual Band ได้แก่ความถี่ 900 และ 2100 MHz ส่วนรหัส LT15a นั้นจะรองรับระบบเครือข่าย UMTS/HSPA แบบ Quad Bandได้แก่ความถี่ 800, 850, 1900 และ 2100 MHz ดังรูปด้านล่างนี้
, , , , , , , , ,  
สำหรับ Sony Ericsson Xperia ray นั้นจะมีสองรหัสได้แก่ ST18i และ ST18a ซึ่งรหัส ST18i นั้นจะรองรับระบบเครือข่าย UMTS/HSPAแบบ Dual Band ได้แก่ความถี่ 900 และ 2100 MHz ส่วนรหัส ST18a นั้นจะรองรับระบบเครือข่าย UMTS/HSPA แบบ Quad Bandได้แก่ความถี่ 800, 850, 1900 และ 2100 MHz ดังรูปด้านล่างนี้
, , , , , , , , ,
และหากถามว่าเวลาไปที่ร้านมือถือแล้วเราจะสังเกตรหัสเหล่านี้ได้จากตรงไหนบ้าง ตำแหน่งแรกที่จะเห็นรหัสได้อย่างชัดเจนก็คือบริเวณข้างกล่องบรรจุภัณฑ์ ส่วนตำแหน่งที่สองที่จะเห็นรหัสได้ก็คือบริเวณช่องใส่แบตเตอรี่ ที่หลังเครื่องเมื่อเปิดฝาหลังออกมาแล้ว ดังรูปตัวอย่างด้านล่างนี้ซึ่งเป็นกล่องบรรจุภัณฑ์ และตัวเครื่องของ Sony Ericsson Xperia Arc S นั่นเอง
 , , , , , , , , ,
ตัวอย่างรหัสที่เห็นได้จากบริเวณข้างกล่องบรรจุภัณฑ์
, , , , , , , , ,
ตัวอย่างรหัสที่เห็นได้จากบริเวณช่องใส่แบตเตอรี่
คงจะไม่ยากเกินไป สำหรับวิธีการสังเกตข้างต้น และสิ่งที่ควรทราบเพิ่มเติมก็คือ หากเป็นคลื่น 3G ที่ความถี่ 2100 MHz ทุกรุ่นทุกรหัสที่กล่าวมาข้างต้นนั้นสามารถใช้งานได้ทั้งหมด เช่นระบบ 3G ของ TOT หรือบรรดาผู้ให้บริการแบบ MVNO อีกหลายๆ เจ้าที่ใช้ความถี่2100 MHz และหากเป็นระบบ EDGE หรือ GPRS ก็ยิ่งไม่ต้องห่วง เพราะทุกรุ่นข้างต้นนั้นรองรับระบบ GSM ได้ทุกคลื่นความถี่ ทั้ง 850, 900, 1800 และ 1900 MHz ส่วน สมาร์ทโฟน ยี่ห้ออื่นๆ บางรุ่นนั้นก็จะมีการแยกรหัสในลักษณะนี้เช่นเดียวกัน ซึ่งนี่ก็เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของวิธีการสังเกต ดังนั้นหากท่านกำลังต้องการซื้อ สมาร์ทโฟน เครื่องใหม่ ก็แนะนำให้ศึกษาหาข้อมูลให้แน่ใจเสียก่อนว่ารุ่นที่ท่านต้องการนั้นรองรับคลื่นความถี่ใดได้บ้าง เพื่อไม่ให้เสียโอกาสในการใช้งานระบบ 3G ของเครือข่ายที่ท่านใช้งานอยู่นั่นเองครับ

Nokia 701


 
TMC Point
  8.41
การออกแบบดีไซน์
  8.5
ใช้งานง่ายและสะดวก
  8.5
คุณสมบัติเครื่อง
  9.0
ฟังก์ชันการใช้งาน
 8.5
เสถียรภาพและประสิทธิภาพ
  8.5
ความคุ้มค่าต่อราคา
  7.5
 
  

 Nokia 701 Video Review  World's Brightest Smartphone with Symbian Belle Review Date (15-November-2011)สวัสดีท่านผู้ชมเว็บไซต์ไทยโมบายเซ็นเตอร์ทุกท่านครับ สำหรับโทรศัพท์มือถือที่เรานำมารีวิวให้ชมกันในวันนี้ก็ได้แก่ Nokia 701 ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นใหญ่สุดในกลุ่มของ สมาร์ทโฟน ระบบปฏิบัติการ Symbian Belle ที่ทำตลาดในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ โดย Nokia 701 นั้นมีจุดขายตรงที่หน้าจอแสดงผลที่มีความสว่างมากที่สุด ณ เวลานี้ ด้วยระดับความสว่างถึง 1000 nits และแน่นอนว่า Nokia 701 นั้นจะมาพร้อมกับซีพียูที่มีความเร็วระดับ 1 GHz กล้องดิจิตอลความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย  
 Nokia 701 Video Review & Focus
 

วิดีโอรีวิว Nokia 701 : Part 1

 
 วิดีโอรีวิว Nokia 701 : Part 2

 
 วิดีโอรีวิว Nokia 701 : Part 3

 
 วิดีโอรีวิว Nokia 701 : Part 4

 
 แกะกล่อง และสำรวจอุปกรณ์ต่างๆ ด้านใน
มาลองเปิดกล่องของ Nokia 701 ดูกันดีกว่าครับว่าด้านในมีอะไรอยู่บ้าง เมื่อเปิดออกมาก็จะเจอกับตัวเครื่อง Nokia 701 ก่อนเป็นอย่างแรก เมื่อเปิดถาดออกมาก็จะพบกับอุปกรณ์ด้านใน ซึ่งประกอบไปด้วยที่ชาร์จแบตเตอรี่ ซึ่งมีหัวต่อขนาดเล็กดังที่เห็นนี้ หูฟังแบบสเตอริโอพร้อมหัวต่อมาตรฐานขนาด 3.5 มิลลิเมตร แบตเตอรี่ความจุ 1,300 มิลลิแอมป์ รุ่น BL-5K สาย microUSB สำหรับการถ่ายโอนข้อมูลต่างๆ นอกจากนั้นจะเป็นพวกใบรับประกัน และคู่มือการใช้งาน (ในชุดขายของ Nokia 701 ที่เรานำมารีวิวนั้น เป็นชุดขายจากประเทศสิงคโปร์ ดังนั้นตัวที่ชาร์จแบตเตอรี่จึงเป็นแบบ 3 ขา ซึ่งหากเป็นชุดขายมาตรฐานในประเทศไทยตัวที่ชาร์จแบตเตอรี่ของ Nokia 701 จะเป็นแบบ 2 ขา)
 การออกแบบดีไซน์
รูปลักษณ์ภายนอกของ Nokia 701 นั้นเรียกได้ว่าแทบจะไม่ต่างจาก Nokia C7 เลยก็ว่าได้ครับ มีการออกแบบดีไซน์ที่ถอดแบบกันมาราวกับฝาแฝด จะต่างกันเล็กน้อยก็เพียงแค่ปุ่มเมนู เท่านั้น แต่ Nokia 701 ก็ได้นำข้อดีในเรื่องของวัสดุซึ่งเป็นโลหะที่แข็งแรงทนทานติดมาด้วย ความหนานั้นจะอยู่ที่ 11 มิลลิเมตร ส่วนน้ำหนักตัวจะอยู่ที่ 131 กรัม ซึ่งโดยรวมแล้วก็ถือว่ากำลังเหมาะมือเลยทีเดียว
 มองรอบตัวเครื่อง
ที่ด้านหน้าของตัวเครื่องจะประกอบไปด้วยลำโพงหูฟังสำหรับการสนทนา, Proximity Sensor, Ambient Light Sensor, เลนส์กล้องความละเอียดระดับ VGA สำหรับการใช้งาน Video Call, หน้าจอแสดงผลแบบ IPS-LCD ขนาด 3.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ nHD พร้อมเทคโนโลยี ClearBlack Display ซึ่งมีความสว่างสูงถึง 1000 nits ที่ถือว่าสว่างมากที่สุด ณ เวลานี้ ส่วนที่ด้านล่างจะเป็นปุ่มโทรออกรับสาย ปุ่มวางสาย และปุ่มเมนู ที่ด้านซ้ายของตัวเครื่องจะมีช่องเสียบสายชาร์จแบตเตอรี่ ที่ด้านขวาของตัวเครื่องจะมีปุ่มเพิ่มลดระดับเสียง ปุ่มสั่งงานด้วยเสียง ปุ่มล็อคหน้าจอ และปุ่มกล้องดิจิตอล ที่ด้านบนของตัวเครื่องจะมีปุ่มเปิดปิดเครื่อง ช่องเสียบสายหูฟังมาตรฐานขนาด 3.5 มิลลิเมตร ช่องเสียบสาย microUSB ที่ด้านล่างของตัวเครื่องจะมีรูร้อยสายคล้อง ที่ด้านหลังของตัวเครื่องจะมีเลนส์กล้องดิจิตอลความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงที่ F2.8 ถึง F4.3 ไฟแฟลช LED แบบคู่ ลำโพงภายนอก และสลักล็อกฝาหลัง
 การเปิดฝาหลัง และอุปกรณ์ด้านใน
การเปิดฝาหลังนั้นทำได้ด้วยการดันสลักล็อกฝาหลังที่อยู่ด้านล่างลงมาดังนี้ ฝาหลังก็จะเด้งขึ้นมาให้เราสามารถช้อนขึ้นมาได้โดยง่าย ซึ่งฝาหลังของ Nokia 701 ก็จะเป็นโลหะอย่างดีทั้งชิ้น ที่น่าจะมีความแข็งแรงทนทานมากเป็นพิเศษ ไม่เกิดการแตกหักได้ง่ายอย่างแน่นอน เมื่อเปิดฝาหลังออกมาก็จะพบกับช่องใส่ซิมการ์ด ช่องใส่แบตเตอรี่รุ่น BL-5K ซึ่งมีความจุ 1,300 มิลลิแอมป์ ช่องใส่การ์ดหน่วยความจำแบบ microSD ที่รองรับได้สูงสุดที่ขนาด 32 GB
 ส่วนติดต่อผู้ใช้ (User Interface)
ที่เห็นอยู่นี้ก็จะเป็น User Interface ของระบบปฏิบัติการ Symbian Belle ซึ่งถูกปรับปรุงให้ดีขึ้นในหลายๆ ส่วน เมื่อเลื่อนหน้า Homescreen ภาพพื้นหลังก็จะเปลี่ยนตามไปด้วย ที่แถบ Status Bar ก็จะมีปุ่มสำหรับเปิดปิดอินเทอร์เน็ต เปิดปิดไวไฟ เปิดปิดบลูทูธ และเปิดปิดเสียง รวมไปถึงการแจ้งเตือนต่างๆ ที่รวมไว้ในที่เดียวกัน หน้าตาของเมนูหลักก็จะดูมีความสวยงามทันสมัยมากขึ้น การโทรออกก็ทำได้ผ่านทาง Virtual Keypad เช่นเคย สามารถเพิ่มวิดเจ็ตไว้ที่หน้าจอหลักได้มากมายหลายอย่าง หรือจะเพิ่ม Shortcut ไว้บนหน้าจอหลักก็ได้เช่นกัน เปลี่ยนภาพพื้นหลังได้ และที่สำคัญก็คือสำหรับระบบปฏิบัติการ Symbian Belle เราสามารถเพิ่มหน้า Homescreen ได้สูงสุดถึง 6 หน้าเลยทีเดียว และหากต้องการลบหน้า Homescreen ที่ไม่ได้ใช้งานออกไป ก็สามารถทำได้โดยง่าย ส่วนตัววิดเจ็ตเองก็สามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งได้อย่างอิสระ หรือลบออกจากหน้าจอหลักได้ด้วยไอคอนรูปกากบาทที่มุมบนขวาของวิดเจ็ตนั่นเอง
 ระบบ Multitasking
เมื่อกดปุ่มเมนูค้างเอาไว้ ก็จะแสดงให้เห็นแอพพลิเคชั่นที่เปิดค้างเอาไว้ ตามลักษณะของการทำงานแบบ Multitasking ซึ่งสามารถกดเข้าไปใช้งานต่อได้ทันที
 การปรับแต่งเมนูหลัก
เมื่อกดที่ไอคอนของแอพพลิเคชั่นในหน้าเมนูหลัก ก็จะสามารถนำไอคอนนั้นออกไปวางไว้ที่หน้า Homescreen ได้ หรือจะจัดเรียงตำแหน่งของไอคอนในหน้าเมนูหลักก็ทำได้อย่างอิสระดังที่เห็นนี้ ซึ่งก็ถือว่าเป็นความยืดหยุ่นในการใช้งานอีกรูปแบบหนึ่ง สามารถเปลี่ยนมุมมองของเมนูหลักให้เป็นแบบรายการได้ มีการจัดเรียงตามตัวอักษร และสามารถสร้างโฟลเดอร์ใหม่ได้ตามที่เราต้องการ
 ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหว และการออกแบบทิศทางการใช้งานใหม่
ด้วยเซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว ทำให้เมื่อเราพลิกเครื่องไปในทางใด การแสดงผลก็จะพลิกตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการพลิกเครื่องในแนวตั้ง หรือการพลิกเครื่องในแนวนอน และในระบบปฏิบัติการ Symbian Belle นั้นก็มีการออกแบบดีไซน์ทิศทางการใช้งาน หรือระบบเมนูต่างๆ เสียใหม่ ให้มีการใช้งานที่สะดวกและง่ายกว่าเดิม ลดความซับซ้อนหรือขั้นตอนในการใช้งานลง รวมไปถึงการเรียกใช้งานฟังก์ชันต่างๆ ด้วยเช่นกัน
 วิดเจ็ตแบบออนไลน์ และเครือข่ายสังคมออนไลน์
ที่เห็นอยู่นี้นั้นเรียกว่าเป็นวิดเจ็ตแบบออนไลน์ ซึ่งมีการอัพเดทสถานะอยู่ตลอดเวลา และสามารถกดเข้าไปที่ตัวโปรแกรมหลักเพื่อใช้งานอย่างเต็มรูปแบบได้ทันที อย่างที่เห็นอยู่นี้ก็จะเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดนิยมอย่าง Facebook และนอกจาก Facebook แล้ว ก็ยังรองรับการใช้งาน Twitter ได้อีกด้วย ซึ่งเครือข่ายสังคมออนไลน์ทั้งสองอย่างนี้ก็ถือว่าได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน และหากมีแอคเคาท์อื่นๆ อีกนอกเหนือไปจากที่ใช้อยู่แล้ว ก็สามารถเพิ่มเข้ามาได้โดยง่าย ทั้ง Facebook และ Twitter
 แอพยอดนิยม และ Ovi Store
ในโปรแกรม TopApps ก็จะเป็นการรวบรวมแอพพลิเคชั่นยอดนิยมต่างๆ มาไว้ในที่เดียวกันเพื่อความสะดวกในการค้นหาและดาวน์โหลดมาใช้งาน หรือหากต้องการค้นหาเพิ่มเติม ก็สามารถกดเข้าไปที่ Ovi Store ได้ทันที โดยใน Ovi Store นั้นจะแบ่งออกเป็นแอพพลิเคชั่นทั่วไป เกมส์ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็จะมีทั้งแบบฟรี และแบบเสียเงิน มีเสียงและวิดีโอ และมีแอพพลิเคชั่นเกี่ยวกับการปรับแต่งต่างๆ
 โปรแกรมเว็บเบราเซอร์
โปรแกรมเว็บเบราเซอร์ของ Nokia 701 นั้นรองรับการแสดงผลไฟล์ Flash ได้ดังที่เห็นนี้ แต่การประมวลผลก็อาจจะหน่วงกว่าปกติพอสมควร ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติหากเราเปิดให้มีการแสดงผลไฟล์ Flash สามารถกด Link ภาษาไทยได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ส่วนความเร็วในการดาวน์โหลดก็ขึ้นอยู่กับความเร็วของอินเทอร์เน็ตที่เราใช้งานอยู่นั่นเอง มีฟังก์ชันการทำงานที่ค่อนข้างหลากหลายครบครัน พร้อมการตั้งค่าทั่วไป การตั้งค่าเพจ และการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว รองรับการซูมย่อขยายแบบ Pinch-to-Zoom รองรับการเปิดใช้งานหลายๆ หน้าต่างพร้อมกัน รองรับการแสดงผลในแนวนอน แต่โดยรวมแล้วการประมวลผลยังถือว่าไม่ลื่นไหลมากนัก อยู่ในระดับที่พอใช้งานได้
 โปรแกรมนำทาง และแผนที่ Nokia Maps ที่ใช้งานได้ฟรีตลอดชีพ
จุดเด่นที่สำคัญของ Nokia 701 อีกเรื่องก็คือแผนที่ หรือระบบนำทางนั่นเอง สามารถระบุตำแหน่งของตัวเองได้อย่างรวดเร็ว รองรับการใช้งานเข็มทิศแบบดิจิตอล ซึ่งก็มีการทำงานที่รวดเร็วแม่นยำเช่นกัน รองรับการแสดงผลแบบภาพดาวเทียม การแสดงภูมิประเทศ การแสดงแผนที่แบบ 3 มิติ พร้อมการประมวลผลที่รวดเร็วราบรื่น มีโหมดการแสดงผลแบบกลางคืน มีการค้นหาสถานที่ตามคีย์เวิร์ด และค้นหาตามหมวดหมู่ เช่นหากเลือกหมวดหมู่กินดื่ม เครื่องก็จะแสดงสถานที่กินดื่มที่ใกล้จุดที่เราอยู่มากที่สุด สามารถกดเข้าไปดูแผนที่ และสั่งให้เครื่องนำทางให้เราได้ทันที นอกจากนั้นในเมนูหลักก็จะประกอบไปด้วยการเช็คอิน สถานที่ๆ เราชื่นชอบ การขับรถ การเดิน และการอัพเดท ซึ่งเราสามารถอัพเดทแผนที่ใหม่ๆ ได้ทุกทวีป หรือทุกประเทศทั่วโลกเลยทีเดียว และที่สำคัญก็คือสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีอีกด้วย
 การแสดงผลสถานที่แบบ 3 มิติสมจริง
ด้วยฟังก์ชัน Landmarks นั้นก็ทำให้เราสามารถเห็นสถานที่ในรูปแบบของภาพ 3 มิติสมจริงได้ดังที่เห็นนี้ แต่ก็จะมีเฉพาะบางสถานที่ๆ สำคัญเท่านั้น ซึ่งก็ช่วยให้เรามองภาพรวมของบริเวณนั้นๆ ได้ดีขึ้น และการใช้งานก็มีการประมวลผลที่รวดเร็วราบรื่นพอสมควร
 การเปิด-ปิดการใช้งาน NFC
การเปิดปิดการใช้งานการเชื่อมต่อระยะใกล้แบบ NFC นั้นสามารถทำได้ผ่านทางตัววิดเจ็ต หรืออาจจะเข้าไปตั้งค่าในเมนูด้านในก็ได้เช่นกัน ซึ่งจะอยู่ในส่วนของการเชื่อมต่อ และเข้าไปที่เมนูย่อยของ NFC
 คีย์บอร์ดแบบ QWERTY และการพิมพ์ข้อความภาษาไทย
การพิมพ์ข้อความต่างๆ ทำได้อย่างสะดวกรวดเร็วด้วยคีย์บอร์ดแบบ QWERTY นั่นเอง ซึ่งมีให้ใช้งานทั้งแบบแนวตั้ง และแบบแนวนอน มีระบบสะกดคำอัตโนมัติ มีเครื่องหมายต่างๆ มีไอคอนแสดงอารมณ์แบบต่างๆ สามารถรองรับการพิมพ์ข้อความภาษาไทยได้ตามปกติ ซึ่งก็มีคีย์บอร์ดแบบ QWERTY ทั้งในแนวนอน และในแนวตั้งเช่นเดียวกัน หรือจะเปลี่ยนเป็น Keypad แบบธรรมดาก็ยังได้
 โปรแกรมเครื่องเล่นเพลง
ในเครื่องเล่นเพลงเราสามารถค้นหาเพลงจากชื่อของอัลบั้ม หรือชื่อของศิลปิน มีการแสดงรูปปกอัลบั้มแบบ 3 มิติที่สวยงาม ส่วนหน้าตาของเครื่องเล่นเพลงก็จะเป็นดังนี้ ซึ่งก็มีฟังก์ชันควบคุมการเล่นเพลงที่ครบถ้วน สามารถดูรายละเอียดของเพลงที่เล่นอยู่ได้ และที่พิเศษก็คือมีฟังก์ชัน FM Transmitter ที่สำหรับส่งเสียงเพลงไปทางคลื่นวิทยุนั่นเอง มีอีควอไลเซอร์ให้เลือกใช้ทั้งหมด 5 รูปแบบ มีการตั้งค่าสมดุลของเสียง ความดัง และการขยายเสียงสเตอริโอ สามารถกำหนดเพลงให้เป็นเสียงเรียกเข้าได้ สามารถค้นหาจากรายชื่อเพลงทั้งหมด ค้นหาจากชื่ออัลบั้ม ค้นหาจากประเภทของเพลง และที่หน้า Homescreen ก็จะมีวิดเจ็ตของเครื่องเล่นเพลงอยู่ด้วย
 วิทยุ FM Stereo
ในวิทยุ FM จะมีระบบค้นหาคลื่นความถี่แบบอัตโนมัติ เพื่อเก็บบันทึกเอาไว้ในรายการของสถานีวิทยุ สามารถเลือกให้เสียงออกมาทางลำโพงภายนอกได้ ส่วนหน้าตาของวิทยุ FM ก็จะดูเรียบง่ายดังที่เห็นนี้ หากต้องการค้นหาคลื่นความถี่ใหม่ก็ทำได้เช่นกันทั้งแบบอัตโนมัติ และแบบกำหนดตัวเลขความถี่ด้วยตัวเอง ส่วนประสิทธิภาพในการรับสัญญาณนั้นก็ถือว่าทำได้ชัดเจนเป็นอย่างดี
 โปรแกรมแกลอรี่
ในโปรแกรมแกลอรี่ก็จะดูเรียบง่าย แต่ก็ใช้งานได้ดีและรวดเร็ว แสดงผลได้ทั้งในแนวตั้งและแนวนอน รองรับการซูมย่อขยายแบบ Pinch-to-Zoom ซึ่งก็มีการประมวลผลที่รวดเร็ว สามารถแชร์รูปภาพผ่านทาง Facebook และ Twitter มีฟังก์ชันการแสดงภาพแบบสไลด์โชว์ มีเครื่องมือสำหรับการตกแต่งแก้ไขรูปภาพที่ค่อนข้างหลากหลาย และสามารถนำรูปภาพไปกำหนดเป็นภาพพื้นหลัง หรือภาพในรายชื่อได้ทันที
 การเปิดดูไฟล์วิดีโอความละเอียดสูง
Nokia 701 นั้นรองรับการเปิดดูไฟล์วิดีโอความละเอียดสูงแบบ DivX, XviD และ H.264 ซึ่งเราจะลองมาดูกันว่าเป็นอย่างไร จะเห็นว่าสามารถเปิดเล่นได้อย่างราบรื่น ไม่มีอาการกระตุกให้เห็นแม้แต่น้อย และด้วยหน้าจอแสดงผลที่มีความสว่างมากระดับนี้ ก็จะช่วยให้สามารถแสดงผลในสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้เป็นอย่างดี
 ฟังก์ชันค้นหาข้อมูลภายในเครื่อง
อีกฟังก์ชันที่น่าสนใจก็คือ ฟังก์ชันค้นหา ที่สามารถค้นหาทุกสิ่งทุกอย่างภายในเครื่องด้วยการป้อนคีย์เวิร์ด เช่นหากป้อนคำว่า mail เครื่องก็จะค้นหาสิ่งที่เกี่ยวข้องกับคำว่า mail มาให้ทั้งหมดดังที่เห็นนี้
 คู่มือการใช้งาน
สำหรับผู้ใช้ที่ยังไม่เข้าใจการใช้งานฟังก์ชันต่างๆ ภายในเครื่อง ก็สามารถเข้าไปศึกษาดูในคู่มือการใช้งานได้ ซึ่งก็มีรายละเอียดขั้นตอนหรือวิธีการใช้งานให้ศึกษาดูแทบทุกฟังก์ชันเลยทีเดียว
 เปิดดูคลิปวิดีโอบนยูทูบ
เมื่อกดเข้าไปที่แอพพลิเคชั่นยูทูบ ก็จะเป็นเพียงการเปิดหน้าเว็บไซต์ยูทูปเวอร์ชันโทรศัพท์มือถือเท่านั้น ไม่ได้เป็นโปรแกรมที่ออกแบบมาเฉพาะแต่อย่างใด ดังนั้นฟังก์ชันการทำงานต่างๆ ก็จะมีเพียงแค่ฟังก์ชันพื้นฐานเท่านั้น
 โปรแกรม QuickOffice
ในโปรแกรม QuickOffice ก็จะสามารถสร้างเอกสารใหม่ได้ทั้ง Word, Excel และ PowerPoint แต่สำหรับการสร้างเอกสารใหม่ หรือการแก้ไขไฟล์นั้นก็ต้องมีการเสียเงินซื้อตัวโปรแกรมกันก่อน
 โปรแกรม World Traveler
ในโปรแกรม World Traveler ก็จะเหมาะสำหรับผู้ที่ชอบเดินทาง เพราะจะมีทั้งการเทียบเวลาทั่วโลก อัตราแลกเปลี่ยนเงิน ตู้เซฟเก็บข้อมูลส่วนตัว ตัวช่วยจัดการๆ เดินทาง การตรวจสอบเที่ยวบิน และการตรวจสอบสภาพอากาศ
 โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ และสร้างสไลด์โชว์
ใน Nokia 701 นั้นมีโปรแกรมตัดต่อวิดีโอติดตั้งมาให้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเราสามารถนำไฟล์วิดีโอ ไฟล์รูปภาพ ไฟล์เสียง และข้อความ มาตัดต่อเข้าด้วยกันได้โดยง่าย และนอกจากนั้นก็ยังมีโปรแกรมสร้างสไลด์โชว์ด้วยสไตล์สำเร็จรูปที่มีให้เลือกอยู่หลากหลายรูปแบบด้วยกัน
 ดูตัวอย่างภาพยนตร์ด้วยโปรแกรม Spotlight
ในโปรแกรม Spotlight ก็จะมีตัวอย่างภาพยนตร์เรื่องดังต่างๆ ให้ดาวน์โหลดและเปิดดู ซึ่งก็ต้องอาศัยการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อดาวน์โหลดไฟล์วิดีโอที่เราต้องการเปิดดู
 คลิปวิดีโอแนะนำการใช้งาน NFC
เนื่องจาก Nokia 701 นั้นรองรับการเชื่อมต่อระยะใกล้แบบ NFC ดังนั้นในเครื่องจึงมีคลิปวิดีโอแนะนำวิธีการใช้งาน NFC ในรูปแบบต่างๆ ให้ดู ซึ่งผู้ใช้ทั่วไปก็น่าจะทำความเข้าใจได้ไม่ยาก
 คลิปวิดีโอจากช่อง National Geographic
มีคลิปวิดีโอที่น่าสนใจจากช่องสารคดีชื่อดังอย่าง National Geographic มาให้เปิดดูกันมากมายหลายคลิปเลยทีเดียว
 คลิปวิดีโอจากช่องข่าว CNN
และหากต้องการติดตามข่าวสารรอบโลก ก็สามารถเปิดดูคลิปวิดีโอจากช่องข่าวชื่อดังอย่าง CNN ได้เช่นกัน
 กล้องดิจิตอลความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูง
กล้องดิจิตอลของ Nokia 701 นั้นมีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล สามารถซูมภาพแบบดิจิตอลได้ แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่มีระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติมาให้ มีไฟแฟลชแบบอัตโนมัติ แบบกันตาแดง แบบบังคับเปิด และปิดไฟแฟลช มีโหมดถ่ายภาพแบบอัตโนมัติ แบบกำหนดเอง ภาพบุคคล ภาพวิวทิวทัศน์ ภาพกลางคืน และภาพบุคคลตอนกลางคืน มีระบบตรวจจับใบหน้า แสดงเส้นกริด ตั้งเวลาล่วงหน้าได้ที่ 2, 10 และ 20 วินาที ปรับโทนสี ปรับค่าสมดุลแสงสีขาว ปรับค่าชดเชยแสง ปรับค่าความไวแสง ปรับค่าความเปรียบต่าง ปรับความคมชัด กำหนดความละเอียดได้สูงสุดที่ 8 ล้านพิกเซล การบันทึกสถานที่ การแสดงภาพตัวอย่าง การตั้งชื่อ เสียงชัตเตอร์ หน่วยความจำที่ใช้ ส่วนการถ่ายภาพวิดีโอก็จะเป็นดังนี้ สามารถซูมแบบดิจิตอลได้เช่นกัน สามารถเปิดไฟส่องสว่างได้ มีโหมดถ่ายภาพแบบอัตโนมัติ แบบแสงน้อย และแบบกลางคืน มีการแสดงเส้นกริด ปรับโทนสี ปรับค่าสมดุลแสงสีขาว ปรับค่าชดเชยแสง กำหนดความละเอียดสูงสุดได้ที่ 720p มีการบันทึกสถานที่ ฟังก์ชันป้องกันการสั่น การบันทึกเสียง การแสดงตัวอย่าง การตั้งชื่อ หน่วยความจำที่ใช้ และการคืนค่าจากโรงงาน
 โปรแกรม Major Movie
ด้วยโปรแกรม Major Movie เราสามารถดูรายละเอียดของภาพยนตร์เรื่องต่างๆ ได้ เช่นรายชื่อนักแสดง หรือเรื่องย่อของภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ นอกจากนั้นก็ยังสามารถเช็ครอบฉายของแต่ละโรงภาพยนตร์ได้ และเมื่อกดเข้าไปในแต่ละรอบฉาย เราก็ยังสามารถดูได้ว่ามีที่นั่งใดที่ยังว่างอยู่ได้อีกด้วย
 เกม Angry Birds Magic
เกม Angry Birds Magic นั้นเป็น Angry Birds เวอร์ชันพิเศษที่มีเฉพาะใน สมาร์ทโฟน ระบบปฏิบัติการ Symbian ซึ่งด่านใหม่ๆ สามารถปลดล็อกได้ด้วยการนำเครื่องไปแตะกับอุปกรณ์ NFC ชิ้นอื่นๆ ส่วนประสิทธิภาพในการประมวลผลนั้นถือว่าหายห่วง เพราะมีความลื่นไหลเป็นอย่างมาก ส่วนหนึ่งก็คงเป็นเพราะ Nokia 701 นั้นใช้ซีพียูที่มีความเร็วระดับ 1 GHz และอีกส่วนหนึ่งก็คงเป็นเพราะ Nokia 701 นั้นมีหน่วยประมวลผลภาพกราฟฟิคโดยเฉพาะด้วยนั่นเอง
 เกม Asphalt 5
ต่อไปก็มาลองเล่นเกมแข่งรถยอดนิยมอย่างเกม Asphalt 5 กันบ้าง การโหลดเข้าเกมนั้นก็ถือว่าไม่ช้าจนเกินไป ส่วนการแสดงผลภาพ 3 มิติภายในเกมนั้นก็มีความลื่นไหลไร้การสะดุดแม้แต่น้อย รวมไปถึงมีการควบคุมทิศทาง และการตอบสนองที่ค่อนข้างแม่นยำอีกด้วย
 เกม Spiderman
เกมต่อไปก็คือเกม Spiderman ซึ่งมีการแสดงผลในรูปแบบของภาพกราฟฟิค 3 มิติเช่นเดียวกัน รายละเอียดในเกม และความลื่นไหลนั้น เรียกว่าทำได้ดีไม่แพ้สมาร์ทโฟนรุ่นดังรุ่นอื่นๆ เลยก็ว่าได้
 เกม Fruit Ninja
อีกเกมที่น่าจะคุ้นเคยกันดีก็คือเกม Fruit Ninja ซึ่งเอาไว้เล่นแก้เหงาได้เป็นอย่างดี โดยจะเห็นว่าการประมวลผลนั้นมีความรวดเร็วราบรื่นเป็นอย่างมาก ไร้อาการสะดุดแม้แต่น้อย สมกับที่มีซีพียูความเร็วระดับ 1 GHz และมีหน่วยประมวลผลภาพกราฟฟิคในตัว
 โปรแกรม Buddhis Daily
อีกแอพพลิเคชั่นที่มีประโยชน์ก็คือ Buddhis Daily ซึ่งรวบรวมข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับพุทธศาสนาเอาไว้ในที่เดียวกัน เช่นคำสอนทางพุทธศาสนา หรือวันสำคัญทางพุทธศาสนาเป็นต้น
 โปรแกรม หรือแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ที่น่าสนใจ
นอกจากที่พูดถึงไปแล้วก็ยังมีแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกเช่น ปฏิทินนัดหมาย, อีเมล, โปรแกรมเปิดไฟล์ Zip, Vlingo Voice, Communicator, Adobe Reader, โปรแกรมจัดการไฟล์, โปรแกรมอ่านข้อความ, โปรแกรมดิกชันนารี, สมุดจดบันทึก, เครื่องบันทึกเสียง, Foursquare และ Whatsapp เป็นต้น
 เปรียบเทียบรูปลักษณ์ภายนอกของ Nokia 701 และ Nokia 700
เครื่องที่เห็นอยู่ทางด้านซ้ายนี้ก็คือ Nokia 700 ส่วนเครื่องที่เห็นอยู่ทางด้านขวาก็คือ Nokia 701 โดยหน้าจอของ Nokia 700 จะมีขนาด 3.2 นิ้ว ส่วนหน้าจอของ Nokia 701 จะมีขนาดใหญ่กว่าที่ 3.5 นิ้ว ตัวเครื่องของ Nokia 700 จะบางกว่า โดยหนาเพียง 9.7 มิลลิเมตร ส่วน Nokia 701 จะหนากว่าเล็กน้อยที่ 11 มิลลิเมตร และมีรูเสียบสายชาร์จอยู่ทางด้านซ้ายของตัวเครื่อง ส่วนด้านซ้ายของ Nokia 700 จะไม่มีอะไรนอกจากพื้นผิวเรียบๆ ส่วนทางด้านขวาก็จะมีปุ่มกด 3 ส่วนที่เคลือบโครเมียมมันวาว ส่วนปุ่มกดของ Nokia 701 จะเป็นสีเดียวกันกับตัวเครื่อง ส่วนที่ด้านบนก็จะมีช่อง microUSB ที่เสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร และปุ่มเปิดปิดเครื่อง ส่วนด้านบนของ Nokia 700 จะไม่มีปุ่มเปิดเปิดเครื่องอยู่บริเวณนี้ ส่วนที่ด้านหลังจะมีเลนส์กล้องความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ LED หนึ่งดวง ส่วน Nokia 701 จะเป็นกล้อง 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED แบบคู่ และลำโพงเสียงภายนอก ส่วนลำโพงเสียงของ Nokia 701 จะอยู่ที่ด้านหน้า สำหรับน้ำหนักตัวของ Nokia 700 จะอยู่ที่ 96 กรัม และสำหรับ Nokia 701 จะอยู่ที่ 131 กรัม ซึ่งถือว่าหนักกว่าพอสมควร
 เปรียบเทียบหน้าจอของ Nokia 701 และ Nokia 700
หน้าจอของ Nokia 700 นั้นจะเป็นหน้าจอแบบ AMOLED Capacitive พร้อมเทคโนโลยี ClearBlack Display ส่วนหน้าจอของ Nokia 701 นั้นจะเป็นหน้าจอแบบ LED-Backlit IPS Capacitive พร้อมเทคโนโลยี ClearBlack Display ซึ่งหน้าจอทั้ง 2 แบบนี้มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน โดยหน้าจอของ Nokia 700 นั้นดูแล้วจะมีสีสันที่สดใสมากกว่า ส่วนหน้าจอของ Nokia 701 จะมองในมุมเอียงได้ถึง 160 องศา และดูแล้วจะมีระดับความสว่างของหน้าจอที่มากกว่า ประกอบกันสีสันที่ดูเป็นธรรมชาติ ส่วนในเรื่องของความลื่นไหลนั้นถือว่าทำได้ดีพอๆ กัน
 สรุปภาพรวมของ Nokia 701
แม้ว่ารูปลักษณ์ของ Nokia 701 จะถูกถอดแบบมาจากรุ่นเดิมอย่าง Nokia C7 ซึ่งมีการออกแบบดีไซน์ที่สวยหรู และใช้วัสดุโลหะคุณภาพสูงแข็งแรงทนทานเป็นอย่างดีอยู่แล้ว แต่คุณสมบัติต่างๆ ด้านในนั้นถือว่าพัฒนาขึ้นไปอีกมากเลยทีเดียว เริ่มตั้งแต่การยกเครื่องระบบปฏิบัติการใหม่ให้เป็นระบบปฏิบัติการเวอร์ชันล่าสุดอย่าง Symbian Belle ที่พัฒนาทั้งในเรื่องของอินเทอร์เฟส และฟังก์ชันการใช้งาน หน้าจอแบบ IPS-LCD พร้อมเทคโนโลยี ClearBlack Display ที่มีความสว่างมากถึง 1000 nits ซึ่งถือว่าสว่างมากที่สุด ณ เวลานี้ ซีพียูความเร็วระดับ 1 GHz และหน่วยประมวลผลภาพกราฟฟิคในตัว ที่ช่วยให้การประมวลผลโดยรวมมีความลื่นไหลมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เป็นต้น รวมไปถึงคุณสมบัติอื่นๆ ที่ครบเครื่อง ทั้งการรองรับ 3G ได้ทุกเครือข่าย เทคโนโลยีการเชื่อมต่อระยะใกล้แบบ NFC การส่งเสียงเพลงผ่านทางคลื่นวิทยุด้วยฟังก์ชัน FM Transmitter หน่วยความจำสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 8 GB หน่วยความจำ RAM ขนาด 512 MB และหน่วยความจำ ROM ขนาด 1 GB กล้องดิจิตอลความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED แบบคู่ และรองรับการถ่ายภาพวิดีโอความละเอียดสูงระดับ 720p กับราคาเปิดตัวที่ 11,300 บาท ซึ่งไม่เป็นราคาที่สูงจนเกินไปนัก หากเทียบกับคุณสมบัติที่ใส่มาให้ Nokia 701 ก็น่าจะเป็นอีกรุ่นที่มีความคุ้มค่าพอสมควร สำหรับสมาร์ทโฟนระดับราคาหมื่นต้นๆ แม้ว่าจำนวนของแอพพลิเคชั่นเองจะไม่ได้มีจำนวนมากมายเท่ากับระบบปฏิบัติการยอดนิยมในปัจจุบัน แต่แอพพลิเคชั่นที่มีอยู่ในตัว รวมไปถึงแอพพลิเคชั่นที่มีอยู่ใน Ovi Store นั้นก็ถือว่าครอบคลุมการใช้งานที่นิยมกันส่วนใหญ่แล้วก็ว่าได้  สุดท้ายนี้ก็ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามชม พบกันได้ใหม่ในวิดีโอรีวิวรุ่นต่อไป สวัสดีครับ
 สรุปผลการทดสอบ

จากการทดสอบการใช้งานมาได้ประมาณ 1 สัปดาห์ กับ Nokia 701 ก็พอจะมองเห็นอะไรหลายๆ อย่างจากโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ จึงขอสรุปเป็นจุดเด่นและจุดด้อยตามความคิดเห็นส่วนตัวคร่าวๆ ดังนี้
 จุดเด่น
- ตัวเครื่องใช้วัสดุคุณภาพสูง เป็นโลหะที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงทนทาน
- หน้าจอแสดงผลแบบ IPS-LCD Capacitive Touchscreen ขนาด 3.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ nHD (360x640 พิกเซล) พร้อมเทคโนโลยี ClearBlack Display ที่มีระดับความสว่างถึง 1,000 nits ซึ่งถือว่าสว่างมากที่สุด ณ เวลานี้
- กระจกหน้าจอแบบ Gorilla Glass ที่ช่วยเพิ่มความทนทานแข็งแรง
- ประมวลผลการทำงานด้วยหน่วยประมวลผลความเร็ว 1 GHz พร้อมหน่วยประมวลผลภาพกราฟฟิคโดยเฉพาะ ทำให้การใช้งานโดยรวมมีความรวดเร็วราบรื่น การแสดงผลกราฟฟิคต่างๆ มีความลื่นไหลเป็นอย่างดี
- รองรับการใช้งานระบบเครือข่ายแบบ 3G ได้ครบทุกคลื่นความถี่ (WCDMA 850/900/1700/1900/2100 MHz)
- ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Symbian Belle ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการซิมเบี้ยนเวอร์ชันใหม่ล่าสุดที่มีการพัฒนาความสามารถให้ดีขึ้นในหลายๆ ด้าน
- หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 8 GB พร้อมหน่วยความจำ ROM ขนาด 1 GB และ RAM ขนาด 512 MB และรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมแบบ microSD ได้สูงสุดขนาด 32 GB
- กล้องดิจิตอลในตัว ความละเอียดระดับ 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ Dual LED ในตัว และรองรับการถ่ายภาพวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 720p พร้อมความเร็วสูงสุดที่ 30 เฟรมต่อวินาที
- เลนส์กล้องขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ VGA รองรับการใช้งาน Video Call
- รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านระบบ WiFi, HSDPA (14.4 Mbps), EDGE Class 33 และ GPRS Class 33
- โปรแกรมเว็บเบราเซอร์สามารถแสดงผลไฟล์แฟลชได้ (Flash Lite)
- รองรับการใช้งานเครือข่ายสังคมออนไลน์ เช่น Facebook และ Twitter ได้ในตัว
- รองรับเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลระยะใกล้แบบ NFC (Near Field Communication)
- รองรับการใช้งานระบบจีพีเอส พร้อมโปรแกรมแผนที่และระบบนำทางประสิทธิภาพสูงของโนเกีย ซึ่งสามารถใช้งานได้ฟรีตลอดชีพ
- รองรับการเปิดดูไฟล์วิดีโอความละเอียดสูงแบบ DivX, XviD และ H.264
- รองรับการส่งข้อมูลเสียงผ่านทางคลื่นความถี่วิทยุด้วยฟังก์ชัน FM Transmitter
- วิทยุ FM Stereo ในตัว พร้อมรองรับฟังก์ชัน RDS (Radio Data System)
- ไมโครโฟนแยกเฉพาะสำหรับการสนทนา ช่วยในเรื่องของการตัดเสียงรบกวนขณะสนทนา
 จุดด้อย
- การออกแบบดีไซน์รูปลักษณ์ภายนอกมีความคล้ายคลึงกับรุ่นเดิมอย่าง Nokia C7 แทบทุกประการ
- การใช้งานบางอย่างยังมีอาการหน่วงอยู่บ้างเล็กน้อย เช่นการเปิดหน้าเว็บไซต์ขนาดใหญ่ หรือเว็บไซต์ที่มีการแสดงผลไฟล์แฟลช
- สีสันที่เห็นบนหน้าจอ ยังค่อนข้างจืด ไม่สดใสเท่าที่ควร
- กล้องดิจิตอลไม่มีระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติ
- การใช้งานโปรแกรม QuickOffice เพื่อสร้างและแก้ไขไฟล์เอกสาร ต้องเสียเงินเพื่อทำการอัพเกรดเสียก่อน
- จำนวนของแอพพลิเคชั่นที่เปิดให้ดาวน์โหลดเพิ่มเติมยังมีไม่มากนัก เมื่อเทียบกับ สมาร์ทโฟน ระบบปฏิบัติการอื่นๆ
 โปรดทราบ
* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทางศูนย์ เพราะฉะนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจมีความแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริงบ้างไม่มากก็น้อย รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจจะถูกแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบหรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง *
 สรุปคุณสมบัติเครื่อง

ท่านสามารถตรวจสอบคุณสมบัติแบบสรุป (Specification) ของ Nokia 701 ได้โดยการคลิ๊กที่ Link ด้านล่างนี้
 Nokia 701 Specification